I = Integrity Business

โปร่งใส- ดำเนินงานโดยไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชั่นทั้งปวง สามารถและพร้อมรับการตรวจสอบในทุกขั้นตอน

T=Thriving to Develop

มุ่งมันที่จะตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ ศึกษา เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายธุรกิจขององค์กรและพัฒนาตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ ศึกษา เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายธุรกิจขององค์กร

โครงการปลูกไม้ชีวมวล

โครงการปลูกไม้ชีวมวล

โครงการปลูกไม้ชีวมวลเพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า

บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรกร (Kasetsart Agricultural and Agro-Industrial Product Improvement Institute : KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการปลูกพืชไม้โตเร็ว พันธุ์ไม้ยูคาลิปตัส (พันธุ์ K7 และ K2019) บนเนื้อที่ดินประมาณ 842 ไร่ โดยไม้ยูคาลิปตัสเป็นไม้ยืนต้น ความสูง 25 – 50 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 เมตร ระยะเวลาการปลูก 3 ถึง 5 ปี ให้ค่าพลังงานความร้อน 5,000 – 7,000 Cal/g.

การดำเนินงานเริ่มการปลูกไม้ชีวมวลในปี พ.ศ. 2563 จำนวนประมาณ 300,000 ต้น คาดว่าจะได้ผลผลิต 15 ตันต่อไร่ โดยไม้ยูคาลิปตัสที่ปลูกได้จะดำเนินการตัดขายเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่โดยรอบและใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ต่อไป

โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ

โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ

โครงการพลังงานน้ำเทินหินบูน ประเทศ สปป. ลาว

โครงการไฟฟ้าเทิน-หินบูน เป็นโครงการพลังงานไฟฟ้าโครงการแรกของกลุ่มบริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการโดยบริษัท จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด (บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) ผ่านบริษัท เทิน-หินบูน พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 20 การไฟฟ้าลาวถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 และกลุ่ม Nordic Hydropower AB ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 20

เทิน-หินบูนเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำขนาด210เมกกะวัตต์นับเป็นโครงการพลังงานไฟฟ้าโครงการแรกในลาวที่ดำเนินงานโดยบริษัทเอกชนต่างประเทศเพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทยและได้รับสัมปทานจากรัฐบาลลาวให้ดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าในระยะเวลา 30 ปี ซึ่งสามารถต่ออายุสัญญาได้ และยังเป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าโครงการแรกของลาวที่ลงนามในข้อตกลงการซื้อไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสร้างเสร็จสมบูรณ์และเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2541

ต่อมาได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างบริษัท เทิน-หินบูน กับรัฐบาลลาวให้บริษัท เทิน หินบูน ได้สิทธิที่จะขยายโครงการเพิ่มขึ้นเป็น500เมกกะวัตต์ทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะเพิ่มขึ้นเป็น 440 เมกกะวัตต์และอีก 60 เมกกะวัตต์ จะถูกขายให้การไฟฟ้าลาว โดยได้มีการลงนามแก้ไขสัญญาการซื้อไฟฟ้าของโครงการเทิน-หินบูนกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเพื่อรองรับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นแล้ว